จากคอลัมน์ ภาษาไทย...ขัดใจปู่ หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก City Life ฉบับที่ 444 วันที่ 16 มิ.ย. 2008

http://www.nationejobs.com/citylife/content.php?ColumnID=4

ที่มาของคำว่า “รถเมล์”

     คำว่า “รถเมล์” (อ่านว่า - เม) เป็นคำที่มาจากภาษาอังกฤษคือคำว่า mail โดยเราคนไทยเราใช้กันมานานจนคุ้นเคยเป็นอย่างดี พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายคำว่า “เมล์” ไว้สองความหมาย คือ
      เมล์ ๑ น. เรียกยานพาหนะประจำทางที่ออกตามกำหนดเวลา เช่น รถเมล์ เรือเมล์. (อ. mail)
     เมล์ ๒ น. ของที่ส่งทางไปรษณีย์; เรียกถุงที่ใส่หนังสือส่งทางไปรษณีย์ว่า ถุงเมล์. (อ. mail)

     จากความหมายดังกล่าว จึงได้มีการสันนิษฐานว่า “ถุงเมล์” ก็คือถุงที่ใส่จดหมายหรือพัสดุไปรษณีย์ต่างๆ ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีบุรุษไปรษณีย์ เวลาจะส่งของเหล่านี้ก็จะฝากไปกับรถหรือเรือประจำทางที่จะเดินทางไปยังจุด หมายตามที่จดหมายจ่าหน้าไปถึง จึงเป็นสาเหตุที่เราเรียกรถหรือเรือประจำทางว่า “รถเมล์” หรือ “เรือเมล์” แม้ว่าในปัจจุบันพวกรถหรือเรือประจำทางจะไม่ได้มีบทบาทในการส่งไปรษณีย์แล้ว แต่คนไทยก็ยังคงนิยมเรียกว่า “รถเมล์” หรือ “เรือเมล์” อยู่นั่นเอง

     อย่างไรก็ดี ในสมัยใหม่มีคำว่า e-mail เพิ่มมาอีกคำ ซึ่งหมายถึงไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเป็นคำที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคอินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันก็ใช้กันอย่างแพร่หลายในแทบจะทุกวงการ คนไทยหลายคนนิยมเขียนคำนี้ว่า “อีเมล์” โดยสะกดเหมือนกับ “รถเมล์” แต่กลับออกเสียงว่า /อี-เมล/ ซึ่งต่างจาก “รถเมล์” ที่ออกเสียงแบบไม่มี ล.ลิง สะกด ราชบัณฑิตยสถานจึงได้บัญญัติหลักเกณฑ์การเขียนทับศัพท์คำว่า e-mail ให้เป็น “อีเมล” เพื่อให้อ่านว่า /เมล/ ได้โดยไม่ขัดแย้งกับคำว่า “รถเมล์” และสอดคล้องกับหลักการอ่านภาษาไทย ที่จะไม่อ่านเสียงพยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตอยู่ด้านบน

     ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนไทยสมัยก่อนไม่คุ้นเคยกับการออกเสียงภาษาอังกฤษ เมื่อเจอคำว่า mail ก็ออกเสียง /เมล/ เหมือนเจ้าของภาษาไม่ได้ ออกได้แค่ /เม/ คำว่า รถเมล์ เรือเมล์ ถุงเมล์ จึงใส่เครื่องหมายทัณฑฆาตเพื่อให้ต้องใส่เครื่องหมายทัณฑฆาตบน ล. ลิง อีกต่อไปเพื่อให้รู้ว่า ล. ลิง ไม่ออกเสียง แต่ในสมัยใหม่คนไทยคุ้นเคยกับการออกเสียงภาษาอังกฤษมากขึ้น คำว่า e-mail เราจึงออกเสียง /อี-เมล/ ได้เหมือนเจ้าของภาษา เราจึงไม่จำเป็นสามารถเขียนว่า “อีเมล” ได้ทันที

     สุดท้ายนี้ขอให้ผู้อ่านจำไว้ว่า “รถเมล์” และ “อีเมล” มาจากภาษาอังกฤษคำเดียวกัน ก็คือคำว่า mail แต่ที่เขียนและอ่านต่างกัน ก็เพราะคำทั้งสองคนไทยเรารับเข้ามาใช้ในยุคสมัยที่แตกต่างกันเท่านั้นเองครับ

 

 มาสรุปแยกเป็นหัวข้อให้เห็นชัด ๆ อีกที

1. ทำไม รถเมล์ เขียนแบบมี ล์ ถ้างั้น อีเมล์ ไม่อ่านว่า อี-เม รึ?

- ก็อ่านว่า อี-เม แหละค่ะ ปัจจุบันราชบัณฑิตยสถานได้บัญญัติเป็น" อีเมล" แล้วให้ใกล้เคียงกับการออกเสียงภาษาอังกฤษ e-mail, email และ "อีเมล์" ก็ยังใช้ได้อยู่

คนไทยหลายคนนิยมเขียนคำนี้ว่า “อีเมล์” โดยสะกดเหมือนกับ “รถเมล์” แต่กลับออกเสียงว่า /อี-เมล/ ซึ่งต่างจาก “รถเมล์” ที่ออกเสียงแบบไม่มี ล.ลิง สะกด ราชบัณฑิตยสถานจึงได้บัญญัติหลักเกณฑ์การเขียนทับศัพท์คำว่า e-mail ให้เป็น “อีเมล” เพื่อให้อ่านว่า /เมล/ ได้โดยไม่ขัดแย้งกับคำว่า “รถเมล์” และสอดคล้องกับหลักการอ่านภาษาไทย ที่จะไม่อ่านเสียงพยัญชนะที่มีเครื่องหมายทัณฑฆาตอยู่ด้านบน

 

2. แล้วทำไมไม่ใช้ Mail = เมล ตั้งแต่แรกล่ะ?

     ที่เป็นเช่นนี้เพราะคนไทยสมัยก่อนไม่คุ้นเคยกับการออกเสียงภาษาอังกฤษ เมื่อเจอคำว่า mail ก็ออกเสียง /เมล/ เหมือนเจ้าของภาษาไม่ได้ ออกได้แค่ /เม/ คำว่า รถเมล์ เรือเมล์ ถุงเมล์ จึงใส่เครื่องหมายทัณฑฆาตเพื่อให้รู้ว่า ล. ลิง ไม่ออกเสีย แต่ในสมัยใหม่คนไทยคุ้นเคยกับการออกเสียงภาษาอังกฤษมากขึ้น คำว่า e-mail เราจึงออกเสียง /อี-เมล/ ได้เหมือนเจ้าของภาษา เราจึงไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องหมายทัณฑฆาตบน ล. ลิง อีกต่อไป สามารถเขียนว่า “อีเมล” ได้ทันที

 

3. e-mail, email เขียนทับศัพท์ได้ 2 แบบ คือ "อีเมล" และ "อีเมล์"

ในภาษาไทย "อีเมล" เป็นการสะกดตามศัพท์บัญญัติจากราชบัณฑิตยสถาน ซึ่งบัญญัติไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2544 [15] ในขณะที่ "อีเมล์" เป็นการสะกดในหนังสือ พจนานุกรมคำใหม่ เล่ม ๑ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2550 [16]
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5

 

4. เพราะฉะนั้น อีเมลล์ ไม่มีนะคะ

เลือกเอาสักอย่างค่ะว่าจะตัด ล์ ทิ้ง หรือจะตัด ล ทิ้ง

 

น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่หามาได้ในตอนนี้นะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ

และขอนำข้อความในคอลัมน์ของคุณทิดกรมาลงไว้อีกนิด

การที่ภาษามีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด เพราะภาษาที่ไม่มีการเคลื่อนไหวก็คือภาษาที่ตายแล้ว แต่ถึงกระนั้นเราก็ไม่ควรมองข้ามการศึกษาวิธีการใช้ภาษาไทยตามรูปแบบดั้งเดิมที่ถูกต้อง เพื่อแยกแยะให้ออกว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับภาษานั้นเป็นไปในทางที่ดีขึ้นหรือทางที่แย่ลง หากเป็นการเปลี่ยนแปลงประเภทหลังเราก็ควรหลีกเลี่ยง เช่น เปลี่ยนเพราะความมักง่าย ใช้คำผิดเสียจนถูก หรือใช้คำซ้ำซ้อน ฟุ่มเฟือยตามสมัยนิยม (แบบผิดๆ)

และขอฝากให้ ท่านทำหน้าที่เป็น “ยามภาษา” คอยสอดส่องและแก้ไขการใช้ภาษาไทยที่ไม่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ภาษาไทยเดินไปในทางเสื่อม และเพื่อรักษาไว้ซึ่งลักษณะอันดีงามของภาษาไทย อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่คนไทยทุกคนภูมิใจ สวัสดีครับ
จากบทความของทิดกร สอนภาษา คอลัมน์ "ภาษาไทย...ขัดใจปู่" ในหนังสือพิมพ์คมชัดลึก http://www.nationejobs.com/citylife/content.php?ContentID=1539

 

Comment

Comment:

Tweet

2321
30320.0.03030
030.0
.0
303030
.embarrassed surprised smile open-mounthed smile

#100 By (183.89.175.192|183.89.175.192) on 2015-09-06 08:34

sad smile tongue embarrassed

#99 By (182.53.95.251|182.53.95.251) on 2015-07-18 16:55

#98 By (223.207.249.191|223.207.249.191) on 2015-06-28 10:15

การนะพัช   สีอลุน

#97 By (125.26.86.94|125.26.86.94) on 2015-05-22 16:34

#96 By (112.142.128.209|112.142.128.209) on 2015-05-16 12:40