โครงการส่งเสริมความเป็นไทยcubic -คำทำนายที่สนามหลวง
posted on 20 Jul 2008 13:03 by kiaw in cubicschoolโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมcubic school ค่ะ
http://cubicschool.exteen.com/
คราวนี้ไม่ใช่การบ้านนะคะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ
โครงการส่งเสริมความเป็นไทย ผ่านตัวละครของคุณ
--------------------------------------
คำทำนายที่สนามหลวง
ปลายเดือนมีนาคม ช่วงเวลาก่อนเปิดเทอมcubic
เวลาประมาณบ่าย 4 โมงแดดร่มลมตก ผมกำลังเดินเล่นอยู่ที่สนามหลวง เดินฆ่าเวลารอลุงป้องเอารถมารับ ตอนนี้ลุงแกคงกำลังเข้าคิวรอซื้อก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านมิตรโชนาที่ตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นู่นอยู่มั้งครับ พูดแล้วก็กลุ้มกับนิสัยของลุงแก กว่าจะยอมเอ่ยปากว่าอยากซื้อก๋วยเตี๋ยวไปฝากลูกเมียก็ขับรถลงมาจากสะพานปิ่นเกล้าแล้ว...เกือบเลี้ยวรถเข้าสนามหลวงไม่ทัน ไม่ใช่ลุงแกพึ่งฉุกคิดเดี๋ยวนั้นหรอกครับว่าอยากซื้อ แต่ลุงแกทำท่าละล่ำละลักตั้งแต่ลงจากรถไปทำธุระที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้าเสร็จ(หึ ธุระอะไรผมไม่บอกนะครับ เดี๋ยวจะเลี่ยนกันซะก่อน
) ผมสังเกตอาการของลุงที่ดูแล้วน่าหงุดหงิดจนผมต้องเอ่ยปากถามในรถ
"ลุง มีเรื่องอะไรอยากพูดกับผมก็พูดมาเลยครับ" ลุงแกนิ่งไปซักพักทำท่ากระอักกระอ่วนใจสุดท้ายก็เอ่ยปาก
"คือ คุณแมนจะไม่อนุญาตก็ได้นะครับมันยังเป็นเวลางานของผมอยู่ ผมไม่ควรเอาเวลางานไปทำเรื่องส่วนตัวและผมก็คงจะไปรบกวนเวลาของคุณแมนด้วย เวลาของคุณแมนเป็นสิ่งมีค่าในฐานะผู้รับใช้อย่างผม คุณแมนไม่ต้องสนใจเรื่องของผมหรอกครับ" เอาอีกแล้วพูดอ้อมยาวเป็นกิโลแถมยังเข้าสู่โหมดเกรงใจ&เจียมตัวอีกแล้ว เฮ้อ~ลุงครับ ผมพูดช้าๆด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เสียงดังฟังชัด
"พูด..มา..ซะ"ผมนั่งกอดอกรอฟังคำตอบพร้องจ้องไปที่กระจกมองหลังให้ลุงได้เห็นสีหน้าที่จริงจังของผมผ่านกระจกนั้น ลุงเห็นสีหน้าของผมแล้วก็หลบตาวูบพร้อมเอ่ย "ผม..ผมอยากไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ท่าพระจันทร์ไปฝากแม่จันทร์(แม่บ้าน&เมียลุงป้อง)กับยัยผึ้ง(ลูกลุงป้องกับป้าจันทร์)น่ะครับ..." เฮ้อ~กว่าจะหลุดคำพูดออกมาได้ต้องให้ผมเปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังกดดันใส่ ผมยื่นหน้าไปที่ช่องว่างของเบาะหน้าพร้อมกับตบบ่าลุงแล้วยิ้มให้
"เอาเลยครับลุงไปได้เลย ผมไม่ว่าหรอก" ลุงยิ้มดีใจให้ผม "คุณแมนใจดีกับผมเสมอ ผมซาบซึ้งจริงๆครับ"
"เวอร์แล้วลุง เรื่องแค่นี้พูดออกมาตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ลุงทำให้มันดูเป็นเรื่องใหญ่เอง แล้วก็เลิกเกรงใจเวอร์ๆกับผมแบบนี้ได้แล้ว" ผมพิงตัวไปที่เบาะหลังตามเดิม "แล้วไอ้ประโยคไม่ต้องสนใจเรื่องของลุงน่ะ อย่าพูดแบบนี้อีกนะครับ ลุงอยู่กับครอบครัวผมมากี่ปีแล้ว ลุงก็เป็นคนสำคัญของผมนะ"
ลุงแกเงียบไปนิ่งสนิท...ผมว่าลุงแกคงกำลังตื้นตันใจอยู่แน่ๆเพราะผมมองผ่านกระจกมองหลังเห็นน้ำตาคลอเบ้ารอบดวงตาของลุง เฮ้อ~ลุงพ่อบ้านผมเวอร์จริงๆ~
ผมไม่อยากไปยืนคอยซื้อของกับลุง ไม่อยากนั่งรอในรถก็เลยบอกให้ลุงจอดรถใกล้ๆป้ายรถเมล์ข้างสนามหลวงที่ฝั่งตรงข้ามเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนี่ก็เป็นที่มาที่ทำให้ผมมาเดินโต๋เต๋ที่สนามหลวงแบบนี้
ผมเริ่มเดินไปรอบๆทางเดินสนามหลวง ข้างถนนทางเดินมีต้นไม้ใหญ่ปลูกอยู่เรียงรายเป็นทิวแถว ผมว่าตรงทางเดินก็ดูสะอาดดีนะผิดกับที่ผมคิดไว้ ตามทางเดินมีม้านั่งไม้สีน้ำตาลตั้งอยู่เป็นจุดๆ ผมเดินสวนกับพี่สาวน.ศ.ธรรมศาสตร์กลุ่มหนึ่ง พวกพี่เขาน่ารักดีนะครับ มันเลยทำให้ผมมีความคิดชั่ววูบว่าจะลองข้ามฝั่งไปเดินเล่นในธรรมศาสตร์ดีรึเปล่า แต่ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวลุงป้องจะตามตัวยากเปล่าๆ
ตามทางเดินก็มีพวกรถเข็นขายของตั้งอยู่ประปราย ทั้งรถขายน้ำ ขายอาหารกล่อง10บ. ขายผัดไท ขาย...ขี้เกียจอธิบาย นอกจากมีแบบรถเข็นแล้วก็ยังมีแบบหาบเร่มาขายด้วย ขายพวกถั่วต้มเอย พวกไข่ปิ้ง อะไรเทือกนี้ ผมมองไปที่พื้นสนามหญ้าที่แห้งผาก มันควรจะเรียกว่าหญ้าอยู่มั้ยวะ จะตายแหล่มิตายแหล่กันอยู่แล้วสีหญ้าใกล้เคียงกับสีดินเข้าไปทุกที ส่วนมากจะออกแนวสีเหลืองใกล้ตาย มีที่ยังเขียวๆอยู่น้อย ผมเดินมาเรื่อยเปื่อยจนถึงสนามหลวงฝั่งทางด้านศาล แดดเริ่มลดความแรงลงเรื่อยๆบอกเวลาว่าถึงเวลาเย็นลงทุกที ผมมานั่งที่ม้านั่งตัวหนึ่งมองดูเด็กๆเล่นว่าวกันที่ตัวสนาม สักพักผมเห็นลุงแก่คนหนึ่ง(ที่ดูแก่กว่าลุงป้อง)กำลังแกะถุงพลาสติกที่ข้างในบรรจุเมล็ดข้าวโพดอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ ลุงแกใช้ความพยายามซักพักก็ยังไม่สำเร็จและไม่มีทีท่าว่าจะสำเร็จด้วย
"ช่วยหน่อยก็ได้วะ"ผมพึมพำกับตัวเองแล้วเดินไปแกะถุงให้ลุง ถุงถูกเปิดออกโดยง่ายเมื่ออยู่ในมือผม ผมส่งมันคืนลุงแทนที่จะได้รับคำขอบคุณแต่ผมกลับได้รับคำต่อว่าแทนซะนี่
"เจ้าหนูแกมายุ่งทำไม ฉันกำลังจะแกะได้เองอยู่แล้วแท้ๆ"
เหมือนมีภาวะสูญญากาศในใจผม ผมอยากจะเขวี้ยงไอ้ถุงนี่ให้มันหกกระจายซะตรงนี้เลย
1.ผมไม่ชอบที่โดนเรียกว่า "เจ้าหนู"ว้อยยย 2.ผมเสือกก็เพราะเห็นลุงไม่มีปัญญา หวังดีน่ะสะกดเป็นมั้ยวะ!!!
ผมได้แต่ตะโกนดังๆในใจ ผมไม่อยากหาเรื่องคนแก่ก็เลยจะเดินหนีไป ลุงเรียกผมไว้
"เดี๋ยว เจ้าหนู เอ็งยุ่งแต่มีน้ำใจดี มาโปรยให้อาหารนกด้วยกันมั้ย" มาอารมณ์ไหนอีกวะเมื่อกี๊ยังต่อว่าผมแท้ๆ
"ไม่ล่ะ เดี๋ยวหาว่าผมยุ่งอีก"ผมตัดบทจะเดินต่อไปแต่ก็ถูกลุงลากแขนมาตรงที่ฝูงนกพิราบกำลังจิกอาหารตามพื้นอยู่ ลุงเริ่มเทเมล็ดลงบนฝ่ามือแล้วโปรบ ลุงเทเมล็ดใส่มือผมด้วย แล้วจะให้ผมทำไง? ผมก็ต้องโปรยไปตามเรื่อง ทำไมผมต้องมาให้อาหารนกอยู่กับลุงประหลาดนี่ด้วยวะ ผมเริ่มเซ็งมากขึ้นทุกขณะแต่แล้วผมก็คิดบางอย่างออก
ภาพจาก http://www.pixpros.net/forums/attachment.php?attachmentid=25812&stc=1&d=1170404646
ผมยังไม่เคยมีรูปที่ถ่ายให้อาหารนกแบบนี้เลยนี่หว่า ภาพที่ผมคิดในใจเป็นตัวผมที่อยู่ท่ามกลางฝูงนกพิราบที่กำลังบิน ผมเริ่มโปรยอาหารให้นกด้วยใบหน้าอ่อนโยนดูรักสัตว์ ภาพแบบนี้ถ้าส่งไปให้สาวๆในสต๊อคดูคงได้กรี๊ดสลบในความหล่อ เท่ห์แต่อ่อนโยนของผมเป็นแน่ ผมหายเซ็งแล้วเมื่อคิดว่าจะได้ภาพเด็ดกลับมา ผมหยิบมือถือออกมาตั้งเป็นโหมดกล้องถ่ายรูปแล้วเริ่มปฏิบัติการให้เป็นดังภาพฝันในใจ ผมวานให้พี่สาวน.ศ.คนหนึ่งช่วยถ่ายรูปให้ ในที่สุดผมก็ได้ภาพดังที่ฝัน ผมยิ้มขอบคุณพี่สาวไปแล้วเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงจะเดินไปหาที่นั่งที่อื่นที่ห่างจากลุงประหลาดนี่ ผมจะได้ส่งภาพmmsส่งไปให้สาวๆดูด้วย
"เดี๋ยว เจ้าหนู อย่าพึ่งไป ฉันรู้สึกถูกชะตากับเอ็ง จะดูดวงให้ฟรีๆเลย ตามมาสิฉันเป็นหมอดู" อารมณ์ไหนอีกวะแปรปรวนชะมัด ยังไม่ทันที่ผมจะตอบอะไรลุงก็ฉุดกระชากลากถูผมไปที่ๆนั่งของลุงสำเร็จ จริงๆผมจะสะบัดมือให้หลุดก็ได้แต่เดี๋ยวจะเป็นตราบาปในใจซะเปล่าๆ หึ ผมไม่มั่นใจซะด้วยว่าจะสะบัดแรงแค่ไหนเพราะผมเริ่มเซ็งอีกแล้ว...
ที่นั่งของลุงใต้ต้นไม้ปูด้วยเสื่อพลาสติกสีแดง บนเสื่อมีหนังสือเก่าๆเล่มหนึ่งคาดว่าจะเป็นหนังสือทำนายดวง มีกระดานดูดวงไวท์บอร์ดขนาดเล็กที่เขียนวงชะตาไว้(ผมก็เรียกไม่ถูกเหมือนกัน) ปากกาไวท์บอร์ดสีน้ำเงิน กล้วยน้ำว้า? ดอกดาวเรือง1พวง? และป้ายกระดาษที่เขียนว่า"ดูดวงชะตาแม่นๆรับสอน"วางพิงอยู่กับกระเป๋าสีดำใบขนาดกลาง
"ทำไมกล้าทิ้งของ ทิ้งกระเป๋าไว้แบบนี้วะ"ผมสงสัยในใจ แต่แล้วผมก็หาคำตอบได้ในชั่วพริบตา"ก็เพราะลุงแกประหลาดน่ะสิ"นี่คือข้อสรุปผม
ผมถูกฉุดให้นั่งลงกับเสื่อ "ลุงจะเอาไงก็ว่ามา"ผมถามลุงด้วยน้ำเสียงกวนๆ
"เอ็งรีบบอกวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟากมา ฉันจะได้รีบทำนายให้ เวลาของฉันเป็นเงินเป็นทองอยู่ ติดที่มาทำนายให้เอ็งนี่แหละ"
ผมเกิดสูญญากาศในใจอีกครั้ง
"ว้อยยย~~~~~~~~~ ไอ้ลุงบ้า!!!! ไม่ได้ขอให้แกมาทำนายให้เลยนะเว้ย!!!
เสียงตะโกนในใจตอนนี้ดังกว่าคราวที่แล้วซะอีก
"บอกมาเร็ว" ลุงประหลาดเร่งผม
"อย่า....ใจเย็นไว้ไอ้แมน จะไปถือสาอะไรกับคนแก่ประหลาดๆ เออออห่อหมกไปเดี๋ยวก็จบแล้ว" ผมเริ่มคุมสติให้นิ่ง.....นิ่ง......นิ่งไว้.... ผมเริ่มบอกวันเดือนปีเกิดเวลาตกฟากให้ลุงไปลุงดึงไวท์บอร์ดมาวางบนตักแล้วใช้ปากกาไวท์บอร์ดเขียนๆๆ(อะไรซักอย่าง ตัวเลขอะไรเทือกนั้น ผมไม่ค่อยเข้าใจนัก)ลงไป ลุงใช้เวลาทำนายซักพัก
"เออ เสร็จแล้ว ดวงเอ็งนี่มีแต่เรื่องผู้หญิงเกี่ยวข้องทั้งนั้น"
"หยุด ลุง อย่า ไม่ต้องพูดคำทำนายออกมา ลุงอยากดู ผมก็ให้ดูแล้ว"
"แล้วเอ็งไม่อยากรู้เรอะ"
"ก็ไม่เชิง ผมเชื่อเรื่องโชคชะตาฟ้าลิขิต แต่ยังไงซะมันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเอง ถ้าสิ่งที่ฟ้าลิขิตมามันจะเกิดก็ต้องเกิด แต่ผมก็จะเลือกทำในสิ่งที่ผมเลือกให้ดีที่สุดก่อนที่ผมจะรู้ว่าฟ้ามันลิขิตแบบไหน"
"งั้นก็ตามใจ แต่ฉันก็อุตส่าห์ทำนายออกมาแล้ว" ลุงบ่นๆ
"เอางี้ ลุงคิดว่ามีสิ่งที่ผมควรรู้เพียงสิ่งเดียวสิ่งนั้นคืออะไรลุงบอกมา" จะได้จบๆซักที ผมคิดในใจ
"เรื่องดียว....งั้นก็เป็นเรื่องนี้ "ภายในปีนี้จะมีผู้หญิงที่ทำให้ชีวิตเอ็งเปลี่ยนแปลงไป"
"พูดกว้างเป็นอ่าวไทย เลยนะลุง แบบนี้ใครๆก็พูดได้"
"บ๊ะ!เอ็งหาว่าฉันไม่แม่นเรอะ"
"เรื่องมันยังไม่เกิดจะรู้ได้ไงว่าแม่นไม่แม่น" ผมตอบลุงไปแบบกวนๆ
"แล้วเอ็งก็รอดูไปแล้วกัน"
"ครับๆผมไปล่ะ" ผมลุกขึ้นจากเสื่อเดินออกไป
"เดี๋ยวเจ้าหนู"ลุงเรียกผมไว้ "ไรอีก"
"ของอย่างนี้เอ็งจะรู้เอง ตัวเองย่อมรู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปแบบไหน เมื่อใด" มาพูดเป็นปริศนาอะไรอีกวะ คิดว่าผมโง่ขนาดไม่รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนไปตอนไหนเลยรึไง ผมคิดในใจ
เสียงริงโทนโทรศัพท์ผมดังขึ้น ลุงป้องโทรมาบอกว่าซื้อเสร็จแล้ว และรถกำลังจะถึงตรงหน้าผม ผมเห็นรถแล้วรีบวิ่งไปเปิดประตูหลังขึ้นรถทันใด ผมให้ลุงป้องรีบออกรถ
"พ้นจริงๆซักทีวุ้ย~" "พ้นอะไรครับคุณแมน"
"หมอดูลุงประหลาดน่ะ" ลุงป้องไม่ได้ถามต่อ ผมก็ไม่อยากเล่า รถแล่นตรงกลับสู่บ้านหลักของผมที่เขตสาธร ระหว่างนั่งรถผมมองวิวนอกหน้าต่างคิดเงียบๆเกี่ยวกับคำทำนาย
ถ้าคำทำนายมันเกิดแม่น ผู้หญิงที่จะมาทำให้เราเปลี่ยนแปลงเป็นใครกันนะ พวกผู้หญิงในสต๊อค หรือเพื่อนเก่าที่ร.ร. หรือว่าจะเป็นแม่... หรือจะเป็นคุณย่ามหาภัย.....ผมเริ่มนึกถึงความมหาภัยของคุณย่า ถ้าเป็นรายนี้ล่ะก็มีสิทธิ์ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนแปลงไปได้มากสุด
..................จริงสิเปิดเทอมเราก็จะย้ายไปอยู่ร.ร.ล.บ.แล้ว ผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นเพื่อนใหม่ของเราที่นั่นก็ได้ หึ น่าสนุกดีนะถ้าเป็นแบบนั้น เราเองก็ไม่อยากรอให้เธอคนนั้นมาเปลี่ยนเราก่อนหรอก เราเองต่างหากที่จะเป็นฝ่ายเข้าไปเปลี่ยนเธอ......
ว่าแต่ผมจะคิดไปทำไมเนี่ย คำทำนายก็ใช่ว่าจะแม่น
ผมเลิกคิดแล้วก็หยิบมือถือมาส่งภาพmmsที่สนามหลวงกดส่งให้สาวๆไป
......................................
จบแหล่ว ว่าแต่ประโยคท้ายๆเซลฟ์ไปมั้ยเนี่ยลูก~ เหอๆ
แม่ก็จะรอดูเหมือนกันนะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร อะหึๆๆ (ถ้าแม่น)
ข้อมูลเรื่องพิธีกรรมการดูหมอคงไม่แม่นนะคะ^^" แต่เราเองก็ไม่อยากให้ซีเรียสตรงนี้มาก
พยายามเขียนให้ได้ฟิลบรรยากาศสนามหลวงนะ แต่อาจไม่มากเท่าไหร่
---------------------------------------
โคคอน:อ้อ ถ้ามีภาพมาให้แสกนอีกก็ส่งได้นะ
ค่ะ พี่คงต้องขอรบกวนอีก ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
------------------------------------------
ตอบคำถามแพท
อ่า เปิดไม่เปิดชั้นก็จะถามอยู่แล้ววว
อยากได้ตำแหน่งคาสิโนว่าชายของห้อง คู่กับคาสิโน่วี่หญิงของห้องอย่างชั้นมิ๊~
พอแระ นอยส์เกิน
- ได้ไม่ได้แล้วมันมีผลยังไง ก็ช่างมันดิ แต่ถ้าอยากให้ก็เชิญ...ไม่ปฏิเสธ
ว่าแต่เธอเป็นคาสโนวี่เรอะ หึ

#1 By MD [คนพูดมาก@สิงคโปร์] on 2008-07-20 17:08