ควรอ่านการบ้าน10ก่อนอ่านการบ้าน9ค่ะ เพราะเราทำการบ้าน10เสร็จก่อนและมันมีความต่อเนื่องบางอย่างมาถึงการบ้าน9^^'

การบ้าน10 ฝันเกี่ยวกับโรงเรียน

......................................................

เข้าสู่เนื้อหาการบ้าน9เลยดีกว่า

......................................................

"ฟางชอบตุ๊กตาหมีที่ผมซื้อให้เมื่อวานรึเปล่า"

"ชอบสิ ชอบมากเลยล่ะ" เสียงปลายสายตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงน่ารัก ตอนนี้ผมกำลังยืนคุยกับฟางอยู่หน้าระเบียงของห้องเรียนในช่วงเวลาพักกลางวันที่ตอนนี้ใกล้หมดเวลาพักเข้าไปทุกที นักเรียนในห้องต่างทยอยขึ้นมาเข้าห้องกันเกือบหมดแล้ว(ฟางคือใคร โปรดดูตอนแมนไม่ไปดอย)

ผมคุยกับฟางต่อ "แล้วเมื่อคืนฟางเอามันไปวางไว้ที่ไหนล่ะ"

"ฟางก็เอามานอนกอดสิ ขนมันนุ่มมากเลยล่ะแมน"

"เหรองั้นก็ดีแล้ว ผมซิ้อให้เอาไว้เป็นตัวแทนผมนะ ฟางนอนกอดมันก็เหมือนนอนกอดผมนั่นล่ะ"

"บ้า~~ทะลึ่ง แมนพูดอะไรก็ไม่รู้" ฟางตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงขวยเขิน ผมว่าถ้าตอนนี้ผมเห็นหน้าฟางล่ะก็เธอคงกำลังหน้าแดงอยู่แน่ๆ ผมได้แต่หัวเราะชอบใจออกมา

"แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ จะหมดเวลาพักแล้ว ฟางต้องเข้าห้องเรียนแล้วล่ะ"

"ครับ เข้าใจ บายครับผม" ฟางวางสายไปแล้วแต่ผมยังยืนอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องนึกอะไรขำๆออกมา ตอนนี้คนที่ผมคบหลักๆก็มี "ฟางกับแก้ว"ชื่อดันไปพ้องกับนักร้องวง เฟย์ ฟาง แก้ว ของRS แล้วแบบนี้จะมีสาวที่น่าสนใจชื่อ "เฟย์"มาให้ผมจีบบ้างมั้ยเนี่ย จะได้ครบเซ็ต หึ หึ ผมได้แต่นึกขำยืนหัวเราะเบาๆคนเดียวอยู่หน้าห้อง จนวาโยโผล่หน้ามาจากประตูหลังห้องส่งเสียงมาถามผม

 "เฮ้ย!แมนแกเป็นไรวะ หัวเราะอยู่คนเดียว คิดเรื่องหญิงอยู่อะดิ" มันทำหน้าแบบรู้ทัน

"เออ ถูก" ผมตอบมันไปแล้วเดินเข้าห้องมานั่งที่นั่งของผม บูมกำลังจดสูตรสับปะรดอะไรซักอย่างลงในสมุดโน๊ตของเธอ(ผมรู้ว่ามันคือ สูตรสับปะรดก็เพราะเธอเขียนคำว่า "สูตรสับปะรด"ตัวบักเป้งในสมุด)

 

บูมหันมาทักผม "อ้าว!แมน คุยกับแฟนเสร็จแล้วเหรอ"

"อือ" ผมตอบเธอกลับไป ผมมองไปที่สูตรสับปะรดในสมุดโน๊ตของเธอแล้วนึกบางอย่างออก

 "บูม เรามีของจะให้" ผมเรียกเธอ แล้วหยิบที่ห้อยโทรศัพท์มือถือที่เป็นตุ๊กตาสับปะรดตัวเล็กน่ารักออกมาจากกระเป๋านักเรียน ดวงตาของมันเป็นสีดำกลมแบบหัวเข็มหมุด ส่วนแขนขาทำจากเชือกห้อยตุ้มไว้ให้ดูเป็นมือกับเท้า ผมยื่นมันให้บูม

"เมื่อวานเราไปเดินเที่ยวแล้วเห็นมันน่ารักดี บูมน่าจะชอบเลยซื้อมาฝาก" บูมกล่าวขอบใจแล้วหยิบมันขึ้นมาดู

"น่ารักดี บูมชอบมากเลย" เธอยิ้มให้ผม

 "แต่บูมยังไม่อยากเปลี่ยนที่ห้อยโทรศัพท์อันที่ใช้อยู่ออกเลยน่ะ แล้วบูมก็มีอีก5อันที่ยังไม่ได้ใช้" เธอหยิบที่ห้อยโทรศัพท์ลายสับปะรดอีก5อันออกมาจากกระเป๋านักเรียนของเธอโชว์ให้ผมดู ผมได้แต่อึ้งในใจ"มีเป็นคอเลคชันเลยเหรอวะ" เอาเถอะครับเธอจะมีกี่อันผมไม่สน ผมอยากให้ผมก็จะให้

"ไม่เป็นไร เราซื้อมาให้เพราะอยากให้ บูมเก็บเอาไว้เฉยๆก็ได้" ผมยิ้มบอกเธอไป

"ขอบใจมากเลยนะ แมน" เธอยิ้มกล่าวขอบคุณผมอีกรอบแล้วเก็บมันใส่เข้ากระเป๋านักเรียน

"อ้อ บูม มันมีชื่อด้วยนะ" บูมเงยหน้าจากกระเป๋านักเรียนหันมามองผม

"หืมม์~~~แมนตั้งชื่อให้มันด้วยเหรอ"

"อืม มันชื่อ "ลูกสับปะรด" น่ะ" พอพูดถึงตรงนี้ผมก็หัวเราะออกมา สาเหตุที่ผมซื้อที่ห้อยอันนี้มาก็ด้วยเหตุนี้ล่ะครับ เมื่อวานขณะผมเดินเที่ยวกับฟางหลังเลิกเรียน ผมเห็นมันในร้านกิ๊ฟชอปร้านหนึ่ง แค่เห็นมันแวบแรกก็ชวนให้นึกถึงลูกสับปะรดในฝันของผมขึ้นมาทันที และมันก็น่ารักดี บูมน่าจะชอบแน่ๆ ผมเลยซื้อมาฝากเธอครับ

 (อ้อ!แต่ลูกลับปะรดในฝันของผมหน้าตาน่ารักกว่านี้นะ ทำไงได้ล่ะก็พ่อแม่มันหน้าตาดีนี่ หึ หึ)

"ทำไมชื่อนี้แล้วแมนต้องหัวเราะด้วยล่ะ" บูมถามผมด้วยใบหน้างงๆ

"ไม่มีอะไรหรอกเรื่องขำๆไร้สาระน่ะ  ไม่ต้องใส่ใจ" ผมยิ้มตอบเธอไป จะให้ผมบอกเธอได้ยังไงกันล่ะครับว่าผมฝันว่าเราเป็นแฟนกัน(แถมยังมีลูกด้วยกันอีก) ผมกลัวเธอจะคิดมาก คิดว่าผมคิดอะไรกับเธอ แต่พอผมบอกเธอว่าไม่ต้องใส่ใจเธอก็ไม่ใส่ใจจริงๆครับ เธอก้มหน้าก้มตาจดสูตรต่อหรือผมจะคิดผิดล่ะเนี่ยถ้าเล่าไปบางทีเธออาจจะไม่ใส่ใจเหมือนกับตอนนี้ก็ได้

ผมมองไปข้างหลังห้องเห็นฟ้าเทียนยืนคุยกับธูปอยู่ คู่นี้มันน่าสงสัยจริงๆไอ้ประโยควรรคทองที่2คนนี้พูดออกมาตอนหยินกับวาโยไปถามถึงความสัมพันธ์ของพวกมัน "เขาเป็นเจ้าชีวิตของผม" "เขาเป็นพระเอกของฉัน" มันหมายความว่าไงกันแน่ฟะ!!! หึ แต่ถ้าคิดดีๆคู่นี้กิ๊กกันชัวร์ ไอ้ประโยคอย่าง"เขาเป็นพระเอกของฉัน"ส้ม(อดีตแฟน)ของผมก็เคยพูดประโยคนี้ด้วยท่าท่างปลื้มๆ "พี่แมนเป็นพระเอกของส้มเลยล่ะ" ผมเคยอุ้มเธอไปส่งห้องพยาบาลตอนเธอหมดสติน่ะครับ เธอก็เลยรู้สึกว่าผมเป็นพระเอกของเธอ(กลับไปดูสัมภาษณ์2สาวอดีตแฟนของนายแมน) หึ หึ ชัวร์ สมมติฐานเดียวกับของผมแหงม ธูปอาจเคยช่วยชีวิตฟ้าไว้ก็ได้แล้วจากนั้นฟ้าก็ปลื้มธูปอย่างหนัก ส่วนธูปก็หลงรักฟ้าเต็มเปาจนเปรียบดั่งเจ้าชีวิต หึ ทำไมในห้องมีผมคนเดียวที่มองคู่นี้ออกทะลุปรุโปร่งขนาดนี้!!!..... ดูเหมือนธูปจะรู้ตัวแล้วว่าผมมองมันอยู่ มันหันไปมองหน้าฟ้าเทียน ฟ้าเทียนพูดอะไรซักอย่างกับมันแล้วเธอก็หันมามองผมยิ้มให้ผมแบบเจ้าเล่ห์.......เอาสิครับยิ้มแบบไหนมาผมก็ยิ้มตอบให้แบบนั้น ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบฟ้าเทียนไปโดยไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงยิ้มแบบนั้น(วางแผนอะไรรึเปล่าวะ?)

ว่าแต่ที่อ่านๆกันมาเนี่ยคงจะคิดว่า"ตรงไหนของเอ็งที่ก้าวหน้าวะ" ที่เล่ามาข้างบนไม่ใช่เรื่องที่ผมก้าวหน้าเลยซักกะติ๊ด แต่ผมอยากพูดจะทำไม

เรื่องที่ผมก้าวหน้าน่ะคงจะเป็นเรื่องที่ผม"พอจะเข้าใจภาษาอีสานได้บ้างแล้ว"  ไม่มีใครในโรงเรียนสอนหรอกครับแต่หนังสือในห้องสมุดของโรงเรียนสอนผมต่างหาก

จันทร์ที่แล้วผมหอบเอาโน๊ตบุ๊คไปที่ห้องสมุดกะมาลองดูว่าที่นี่มีWi-fi รึเปล่า ปรากฏว่าไม่มีครับ ผมคงต้องยื่นเรื่องไปที่ผ.อ.ให้ติด Wi-fi ทั่วโรงเรียน(ถ้างบร.ร.ไม่พอ ผมจะบริจาคให้เอง!!!) ระหว่างที่ผมกำลังเซ็งว่าไม่มี Wi-fiผมเดินมาสำรวจหนังสือตามล๊อคต่างๆในห้องสมุด แล้วผมก็เจอมันครับหนังสือเล่มนี้ "พูดภาษาถิ่นได้ง่ายจัง"  ภาษาถิ่นที่ว่าก็ภาษาที่อยู่ในประเทศไทยนี่ล่ะครับ ภาษาอีสาน ภาษาเหนือ ภาษาใต้ ภาษากลางบางจังหวัด ผมลองเปิดอ่านมันดูเห็นว่ามันน่าสนใจดี ผมลองอ่านคำนำมีอยู่ประโยคที่โดนใจผม คือ ปัจจุบันเรามักเลือกเรียนภาษาต่างประเทศด้วยเหตุผลต่างๆ แต่เรามักไม่เรียนภาษาถิ่นของตัวเองด้วยเหตุผลต่างๆเช่นกัน หึ โดนครับโดน ที่ผ่านมาผมไม่เคยสนใจพวกภาษาถิ่นหรอกครับ ผมเป็นคนกรุงเทพฯ แม่บ้านที่บ้านก็ไม่ได้เป็นคนอีสานด้วย เรื่องภาษาถิ่นเป็นเรื่องไกลตัวผมเพราะผมคิดว่ามันไกลตัวผมก็เลยไม่อยากสนใจ ไงๆก็ไม่ใช่ภาษาหลักเอาไว้พูดกับคนทั่วไปอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกมีไฟอย่างประหลาด ทำไมภาษาต่างประเทศผมเรียนได้เป็นวรรคเป็นเวรกับภาษาถิ่นแค่นี้ทำไมผมจะเรียนไม่ได้!!!

ตั้งแต่วันนั้นมาผมเริ่มอ่านหนังสือเล่มนั้น(จริงๆแล้วผมไม่ยืมจากห้องสมุดหรอกครับ วานลุงป้องไปหาซื้อให้เลย) ตอนนี้ผมเริ่มทำความเข้าใจภาษาอีสานก่อน ก็ค่อยเป็นค่อยไปแหละครับไม่ได้ถึงกับขวนขวายขนาดต้องไปหาอาจารย์มาสอน ไม่ได้เวอร์ขนาดทุ่มเทเวลาเป็นบ้าเป็นหลังให้กับมันแต่ก็ไม่ละเลยมันแบบในอดีต

ความก้าวหน้าของผมตั้งแต่อยู่ร.ร.นี้ก็คือ การเริ่มทำความเข้าใจภาษาอีสานครับ โดยจุดเริ่มต้นมันมาจากหนังสือในห้องสมุดร.ร. 

.................................................................................

เฮ่อ~บอกเลยค่ะว่าการบ้าน9 ยากจริงๆ ก่อนจะมาเป็นประเด็นภาษาถิ่นเราก็คิดประมวลผลจากการบ้าน1-10ดูว่าแมนมีพัฒนาการอะไรขึ้นบ้าง ดูยังไงก็ไม่เห็นแฮะ....ไม่รู้ผิดเจตนารมณ์ของโคคอนที่ต้องการในการบ้าน9รึเปล่าแต่ก็ตัดสินใจสร้างเรื่องเพิ่มประเด็นให้แมนมีพัฒนาการเองดีกว่า ก็คิดหลายอย่างค่ะ แตสุดท้ายก็มาลงตัวที่ภาษาถิ่นเพราะไหนๆก็ปูมาแล้วว่าแมนเก่งภาษาไทยก็ผลักไปให้สุดทางเลยดีกว่าก็เลยออกมาเป็นภาษาถิ่นค่ะ ต่อไปจะได้เห็นแมนเว้าภาษาถิ่นจีบสาวมั้ยเนี่ย55 

เกี่ยวกับภาพ  ฉันรู้ว่าตีฟมันผิดค่ะมุมนี้ต้องไม่เห็นบูมแต่ฉันก็ดันทุรังเขียนจนเสร็จ เพราะคิดว่ายังไงก็ต้องมีบทสนทนากับบูมอยู่แล้วก็เลยวาดภาพนี้ตุนไว้แต่เพราะไม่รู้ว่าอนาคตใกล้จะเขียนรายละเอียดอะไรบ้างก็เลยวาดกลางๆไว้เป็นภาพพูดคุยแบบธรรมดา ถ้าวาดให้ตรงกับการบ้านนี้ก็จะวาดตอนแมนหัวเราะตอนนึกถึงลูกสับปะรดนะ

เห็นคุณแม่บูมพูดถึงคนที่บูมสนิทในห้อง ในเนื้อเรื่องเราแล้วเจ้าแมนล่ะสนิทกับใครในห้อง?

ณ ตอนนี้ถ้าตอบตรงๆแล้วเราคิดว่าแมนสนิทกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่สุดค่ะ(คำตอบชวนหดหู่ชอบกล)

จนบัดนี้ถึงเวลาจะผ่านมาเป็นเดือนแล้ว แมนก็ยังตัวคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว นั่งทานข้าวคนเดียว(อ้างอิงจากการบ้าน10)ไม่มีกลุ่มเพื่อนที่สนิทในโรงเรียนค่ะ แต่ถ้ามองจากสายตาคุณแม่แล้ว คุณแม่ก็เห็นว่าเขาสนิทกับ "บูม"กับ"ไทย"นะคะ แต่ถ้าเจ้าตัวตอบล่ะก็คงใช้คำว่า

บูม=เพื่อนที่พูดคุยบ่อยสุด  ไทย=เพื่อนที่พูดคุยบ่อย   

 ส่วนหนึ่งที่ฉันเห็นว่าแมนยังสานมิตรภาพกับเพื่อนในห้องได้ไม่มากเท่าไหร่คงเป็นเพราะกำแพงที่เจ้าตัวเขาสร้างขึ้นมาอย่างการมองว่า "เพื่อนในห้องมีแต่พวกเพี้ยนๆ" ถึงแม้เจ้าตัวจะรู้สึกว่าถึงเพื่อนในห้องจะเพี้ยนแต่ก็ดูเป็นคนดีนั่นก็ไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกอยากเข้าไปทำความรู้จักถึงตัวตนจริงหรือแง่มุมอื่นของเพื่อนแต่ละคนมากกว่าการที่ตา+ใจของเขาตัดสินไปแล้วว่าคนนั้นเพี้ยน คนนี้เพี้ยน แต่ก็ใช่ว่าเจ้าตัวเขาจะทำตัวโดดเดี่ยวไม่คบหาใครนะคะ ดังจะเห็นจากการบ้านที่ผ่านมาก็คุยปกติกับเพื่อนในห้องทั่วไปค่ะ และเจ้าตัวเขาก็ไม่มานั่งคิดว่าเหงาไม่เหงาด้วย เขาก็เซลฟ์ตามแบบของเขานั่นแหละค่ะแต่จะหลอกตัวเองรึเปล่าอันนี้คุณแม่ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ส่วนความคิดเรื่องความแปลกแยกในร.ร.เจ้าตัวเขาก็มีตลอดแหละค่ะ ถ้าเจ้าตัวเขายังมองแบ่งเพื่อนในห้องเป็น"พวกเพี้ยน"กับ"ไม่เพี้ยน"อยู่ และในการบ้าน10ฉันก็เขียนอีกประเด็นเรื่องความรู้สึกแปลกแยกที่"เขาไม่มีคนมาปลื้ม"เมื่ออยู่รร.นี้ต่างจากรร.เก่า

อ้อแล้วก็มีอีกประเด็นที่แมนเค้าฝากมาบอกผ.อ.ค่ะ

แมน: ผมเห็นว่าร.ร.รับบุคลากรคุณครูเข้ามาสอนแล้ว แต่ผมขอบอกไว้เลยนะครับว่าผมไม่เข้าเรียนวิชา เลข ฟิสิกส์ชีวะ เคมี แน่ๆ ผมโดดแน่!!! จะให้ผมเรียนทำซากอะไรครับ สายการเรียนผมศิลป์-ฝรั่งเศสนะครับ!!!  

แม่: ฝากผ.อ.จัดการด้วยนะคะ(คุณแม่เวียนเฮด เจ้าลูกมันก็พูดถูกเหมือนกันเลยจัดการลูกไม่ได้)

ส่วนเรื่องFAQ คือ...มีใครอยากรู้เรื่องของแมนด้วยเหรอคะ ไม่ได้ถ่อมตัวหรือเล่นแง่อะไรนะคะ แต่คุณแม่รู้สึกว่าแมนก็เปิดเผยตัวเองในหลายๆเรื่องอยู่แล้วค่ะ ยังมีคนอยากรู้อีกเรอะ เหอๆ ถ้ามีคนต้องการก็จะเปิดFAQแล้วกันค่ะ  

 ป.ล. ถ้าเปิดfirefoxแล้วอักษรเยื่อนโปรดทำใจแล้วไปเปิดกับIEแทนค่ะ  มาใช้เน็ตในร้านที่มีแต่ieไม่มีโอกาสเช็คกับfirefox 

credit: http://cubicschool.exteen.com/ 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่า เปิดไม่เปิดชั้นก็จะถามอยู่แล้ววว

อยากได้ตำแหน่งคาสิโนว่าชายของห้อง คู่กับคาสิโน่วี่หญิงของห้องอย่างชั้นมิ๊~

พอแระ นอยส์เกินangry smile

#1 By :::Patricia::: on 2008-07-06 17:41

confused smile ลูกสับปะรด~

#2 By [ i ]Rin on 2008-07-06 18:08

แมนอยากเรียนไปฝึกพูดกับนายไผ่ก็แล้วกันนะopen-mounthed smile
สับปะรด~

#4 By Ruii on 2008-07-06 21:31

firefox 3 ก็ ok ดีฮะ
คุณแม่ไม่ต้องห่วง

#5 By Kyril on 2008-07-06 23:49

เรื่องที่แมนจะไม่เข้าเรียนวิชาสายวิทย์นั่นก็ถูกแล้วครับ
เพราะต่อไปในวิชาตรงนั้นเราจะแยกเรียนตามสาขาน่ะ
(แต่ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีคนสมัครวิชาสายศิลป์เลยแฮะ)

ส่วนเรื่องภาษาอีสานเป็นการบ้าน9ก็ได้นี่ครับ
เพราะการบ้าน9คือความก้าวหน้าที่แสดงให้เห็นทิศทางตัวละคร
ก็หวังว่าการที่มาทางภาษาอีสาน จะทำให้เกิดเนื้อเรื่องอะไรสักอย่างต่อไปครับ

หมาไฟสามจะหายเสียรึ งั้นผมคงต้องลงแล้วสินะsad smile

#6 By โคค่อน on 2008-07-07 00:37